Saturday, January 09, 2016

นักวิทยาศาสตร์พบว่า ความเหงาอันตรายพอๆ กับโรคเบาหวานและขาดการออกกำลังกาย

นักวิทยาศาสตร์จาก University of North Carolina, สหรัฐอเมริกา พบว่า ความเหงาอันตรายพอๆ กับโรคเบาหวานและขาดการออกกำลังกาย เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง


Dr Kathleen Mullan Harris  เจ้าหน้าที่ของ Carolina Population Center จาก University of North Carolina และทีมนักวิทยาศาสตร์  ศึกษาความสัมพันธ์ของความเหงากับสุขภาพในแต่ละช่วงอายุ และพบว่าความเหงาส่งผลกระทบต่อสุขภาพในแต่ละวัยแตกต่างกันไป

ในวัยหนุ่มสาวความเหงาเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการอักเสบต่ออวัยวะภายในร่างกายในอัตราเดียวกับการไม่ออกกำลังกาย ขณะที่โอกาสเกิดโรคความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุเพราะความเหงามากกว่าการเกิดโรคความดันโลหิตสูงเพราะความเสื่อมของอวัยวะในร่างกาย

การศึกษายังพบว่าความเหงาในหนุ่มสาววัยรุ่นทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน โดยค่า body mass index (BMI) และรอบเอวของวัยรุ่นที่ไม่ค่อยมีสังคมจะสูงกว่าเกณฑ์ปกติ ในขณะที่ความโดดเดี่ยวทำให้โรคที่ผู้สูงอายุเป็นอยู่เลวร้ายลง

วัยฉกรรจ์หรือวัยกลางคนเป็นวัยที่ความเหงาส่งผลกระทบต่อสุขภาพน้อยกว่าวัยอื่นๆ การศึกษาพบว่าในวัยนี้ปริมาณของการมีส่วนในสังคมสำคัญน้อยกว่าคุณภาพในการติดต่อเชื่อมโยงกับสังคม

การศึกษาครั้งนี้ยังพบว่าการมีกลุ่มเพื่อนและสังคมที่เข้มแข็งตั้งแต่ในวัยเด็กช่วยลดโอกาสเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้ถึง 54%

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าโดยรวมความเหงาเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง, และโรคมะเร็ง  และผู้ที่ได้รับกำลังใจจากคนที่ตนรักมีโอกาสเกิดปัญหาสุขภาพน้อยกว่าและอายุยืนกว่า

Dr Kathleen Mullan Harris แนะนำว่าคนในวัยหนุ่มสาวควรให้ความสำคัญการสร้าง, มีส่วนร่วมและวิธีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและสังคม พอๆ กับการให้ความสำคัญต่อการบริโภคอาหารที่มีคุณภาพและการออกกำลังกาย ในขณะที่ผู้สูงอายุก็ควรให้ความสำคัญกับเพื่อนและสังคมเพราะช่วยให้อายุยืนขึ้น

ที่มา: Dailymail

No comments:

Post a Comment